วัดถ้ำเสือ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

Published กรกฎาคม 23, 2013 by offroadtourpakan

วัดถ้ำเสือ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่อยู่ไม่ห่างจากตัวเมืองกาญจน์มากนัก ถึงก่อนตัวเมืองกาญจน์ ห่างจากเขื่อนแม่กลอง 5 กิโลเมตร เมื่อเข้ามาถึงลานจอดรถหน้าศาลาหลังใหญ่จะมองเห็นจุดเด่นของวัดถ้ำเสือในมุมมองที่เป็นที่นิยมกันมากคือพระพุทธรูปลักษณะคล้ายพระพุทธชินราชองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ในซุ้ม ใกล้ๆ กับเจดีย์เกษแก้วมหาปราสาท กับอุโบสถอัฏฐมุข (แปดเหลี่ยม) ส่วนศาลาเล็กๆ ที่เห็นอยู่ที่เชิงเขาเป็นที่ตั้งรูปเหมือนพระบูรพาจารย์ มีสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) หลวงปู่ทวด ด้วย

IMG_0528

เจดีย์เกษแก้วมหาปราสาท

เจดีย์เกษแก้วมหาปราสาท ภาพเจดีย์จากอีกมุมหนึ่ง พระเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาท วัดถ้ำเสือ มี 9 ชั้น ความสูง 59 เมตร ภายในโปร่ง มีบันไดเวียนสำหรับขึ้นไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ที่ประดิษฐานอยู่ที่ชั้นบนสุดของพระเจดีย์ ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจุจบัน เสด็จมาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย ไว้ในปราสาทจุฬามณีบรมสารีริกธาตุ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2533

DSC01107

ตรงบันไดนาคที่เป็นทางเดินขึ้นบนเขาจะมีสัตว์หิมพานต์อยู่หลายตัว มีสีสันสวยงาม เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวก่อนที่จะเดินขึ้นบันไดไป หรือหากขึ้นบันไดไม่ไหว ก็มีรถรางบริการของทางวัดขนานกับบันไดขึ้นไป

DSC01181

IMG_0061

หลวงพ่อชินประทานพร พระพุทธรูปที่เป็นจุดเด่นของวัดถ้ำเสือ คงไม่มีคนที่มาวัดถ้ำเสือแล้วไม่มาไหว้และถ่ายรูปพระพุทธรูปองค์นี้

DSC01160

DSC01178

ถ้ำกระแส

Published กรกฎาคม 19, 2013 by offroadtourpakan

 ถ้ำกระแซ

     ถ้ำกระแซ เป็นถ้ำขนาดเล็ก ๆ สามารถเข้าไปไหว้ขอพรหลวงพ่อถ้ำกระแซ พระพุทธรุปองค์ใหญ่ที่ชาวบ้านในเขตพื้นที่ใกล้เคียงให้ความนับถือ รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาที่นี่ต่างก็ไม่พลาดที่จะขอพรกัน

ถ้ำกระแซ เป็นอีกหนึ่งถ้ำประวัติศาสตร์ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากเป็นถ้ำที่อยู่ติดกับบริเวณการสร้างเส้นทางรถไฟที่เป็นช่วงหน้าผาพอดี ซึ่งเป็นจุดที่สร้างยากและยังเชื่อกันว่าจุดนี้ เป็นจุดที่อันตรายที่สุดของเส้นทางรถไฟ ในอดีตเชื่อกันว่าเคยเป็นที่พักของเชลยศึกเมื่อครั้งสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะจากไทยไปพม่า

และไฮไลท์อีกจุดคือการเดินบนเส้นทางรถไฟสายมรณะ ที่มีความยาว 400 เมตร บนหน้าผาเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในลำน้ำแควน้อย และมีชื่อเสียงไปทั่วโลก เรียกว่าใครมาเที่ยวเส้นทางรถไฟสายน้ำตกแล้วไม่ผ่านมาที่จุดนี้ ถือว่ามาไม่ถึงก็ว่าได้ …..พร้อมกับเลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นหลากหลายประเภท

ถ้ำกระแซ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 55 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 กิโลเมตรที่ 29–30 ถ้ำนี้เป็นถ้ำที่ ตัวถ้ำติดกับเส้นทางรถไฟสายกาญจนบุรี–น้ำตก วึ่งเป็นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันสิ้นสุดที่สถานีรถไฟน้ำตก

สะพานรถไฟถ้ำกระแส   มีภาพสวยๆมาฝาก เชิญชวนให้มาเที่ยวที่นี่ครับ

ภาพนี้ถ่ายจากมุมที่จอดรถไฟถ้้ำกระแซ ใกล้ๆศาลาพักผู้โดยสารรถไฟ

IMG_0542

IMG_0582

IMG_0581

ทั้ง 3 ภาพนี้ถ่ายจากสวนไทรโยครีสอร์ท  เป็นมุมที่สวยอีกมุมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายภาพกันบ่อย  ภาพนี้ถ่ายต้นฤดูฝน ต้นไม้เขียวขจีดูสดชื่น ในภาพนักท่องเที่ยวกำลังเดินชมวิวบนทางรถไฟ และมีจุดนัดพบที่ถ้ำกระแซ เพื่อไว้พระขอพรหลวงพ่อถ้ำกระแซ

IMG_0743

ภาพนี้เป็นภาพวิวสวยๆมุมหนึ่งของสวนไทรโยค ถ่ายขณะเดินบนทางรถไฟ

และสะพานรถไฟสายมรณะบริเวณมีนักท่องเที่ยวมาแวะชมและเก็บภาพวิวสวยๆ กัน เพราะถ้ำกระแซมีเส้นทางเข้าถึงสะดวกและสามารถจะไปเที่ยวสถานที่อื่นได้อีกด้วย

IMG_0636

 

อีกมุมหนึ่งของสะพานสายมรณะบริเวณถ้ำกระแซ

เที่ยวน้ำตกผาสวรรค์ต้นฝน

Published มิถุนายน 11, 2013 by offroadtourpakan

 DSC00485.2

วันนี้ 25 มิถุนายน 2556 เป็นช่วงต้นฝน  ผมมีโอกาสมาเที่ยวน้ำตกผาสวรรค์อีกครั้ง คราวนี้เส้นทางออฟโรดยังไม่โหดเท่าไหร่…และเก็บภาพการเดินทางมาฝากครับ…..

DSC00485.2

จากจุดนี้…..ระยะทาง 13 กม. ใช้เวลาเดินทาง 5 ชม.  การเดินทางต้องหยุดพักเป็นช่วงๆ เพื่อรอขบวนรถ suzuki  เคลื่อนตัวไปก่อน ติดโคลนบ้าง ต้องใช้วินน์ช่วย เป็นระยะๆ

บ่อโคลน…เล็กๆ   รถผมผ่านได้สบาย ชิวๆ    …………DSC00494.1

อ้าวมาเจอสะพานไม้..ขบวนรถ Suzuki caribian ข้ามผ่านไปแล้ว  ผมกำลังสำรวจ  line  รถผมจะข้ามได้ไหม?เนี่ย   สะพานไม้ลื่นๆนะ  รถจะลื่นตกสะพานรึเปล่า?    ทีมงานช่วยดู line ให้หน่อยนะครับ

DSC00497.1

…ขบวนรถ Suzuki caribian  เราหยุดพักรถ เพื่อรอให้ขบวนรถนี้ไปก่อน  แล้วค่อยขับเคลื่อนตามไปอย่างช้าๆ

DSC00498.1

สะพานไม้……ระวังลื่นนะครับ

DSC00392.1

ทีมงานกำลังเดินสำรวจ line….ให้ล้อรถลงตำแหน่งไหนดีนา  …….ดูให้ชัวร์ๆนะครับ

DSC00504.1

ภาพนี้รถกำลังอยู่บนสะพานไม้…..ไชๆๆโยๆๆๆ   ผ่านได้แล้ว….

ขับมาเรื่อยๆก็จะพบบ่อโคลนเป็นระยะๆ

DSC00513

  ป้ายบอกเส้นทาง อีก 4 กม. ถึงน้ำตกผาสวรรค์ ….ใกล้จะถึงแล้ว  เส้นทางยังมีบ่อโคลน

DSC00518

กำลังจะลงบ่อโคลน

DSC00519.1

ลงแล้วนะ

DSC00520.1

ขึ้นจากโคลนแล้วครับ

DSC00521

เดินทางต่อครับ …..เส้นทางแบบนี้ดีีที่สุดแล้วDSC00524.1

Group Suzuki  caribian  …ขับเคลื่อนไปอย่างช้าๆๆๆๆๆ

DSC00525.1

ขบวนรถ offroad อีกกลุ่ม….กลุ่มนี้ก็ 10 คัน  ตามมาทีหลัง…. จอดรอเพื่อให้ กลุ่ม suzuki  caribian ขับเคลื่อนไปก่อน…มาก่อนไปก่อน…

DSC00533

กำลังรอ….กลุ่ม suzuki caribian เคลื่อนไปก่อนจ้า

 

แนะนำ 10 ที่เที่ยวหน้าฝนที่คุณไม่ควรพลาด!!

อันดับที่ 1 ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยามหน้าฝนที่คุณต้องไม่พลาด ซึ่งในทุกๆช่วงต้นเดือนมิถุนายนไปจนถึงประมาณเดือนสิงหาคมของทุกๆปี ช่วงเวลานี้ที่เองเหล่าดอกกระเจียวจะพร้อมกันออกดอกอวดโฉมให้กับเหล่านักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวอุทยานแห่งชาติป่าหินงามในช่วงหน้าฝนนี้ และนอกจากอุทยานแห่งชาติป่าหินงามแล้วนั้น ที่อุทยานแห่งชาติไทนทอง อุทยานแห่งชาติที่อยู่ใกล้ๆกันก็ยังมีดอกกระเจียวสวยๆให้ได้ชมเหมือนกันค่ะ
อันดับที่ 2 ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยามหน้าฝนที่น่ามาเยือนมากแห่งหนึ่ง เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงฤดูฝนแต่ที่ภูทับเบิกก้ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย โดยไฮไลท์ที่น่าสนใจยามหน้าฝนบนภูทับเบิกก็คงหนีไม่พ้น ไร่กะหล่ำปลีสีเขียวขจีที่กำลังเจริญงอกงามเพราะได้รับความชุ่มฉ่พจากน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสายนั่นเองค่ะ
อันดับที่ 3 ทุ่งดอกไม้หน้าฝนที่ป่าดงนาทาม อุบลราชธานี ซึ่งในทุกๆช่วงฤดูฝนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้พบกับสีสันของเหล่าดอกไม้ป่า ที่แข่งขันกันออกดอกชูช่อรอคอยการมาเยือนของเหล่านักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยดอกไม้ป่าที่สามารถพบได้ในช่วงหน้าฝนได้แก่ ดุสิตา สร้อยสุวรรณา ทิพเกสร กระดุมเงิน และอื่นๆอีกเป้นจำนวนมาก
อันดับที่ 4 ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหน้าฝนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงปลายฤดูฝน นั่นคือ ช่วงระหว่างเดือนสิงหาคมไปจนถึงเดือนกันยายนของทุกๆปี ณ ภูสอยดาวจะเต็มไปด้วยสีสันอันสวยงามของดอกหงอนนาค ดอกไม้ป่าสีม่วงที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและเหล่านักถ่ายภาพให้มาเยือนภูสอยดาวได้เป็นจำนวนมากในช่วงฤดูฝน
อันดับที่ 5 ไปล่องแก่งน้ำเข็ก จังหวัดพิษณุโลก ในช่วงหน้าฝนเช่นนี้แน่นอนว่าแม่น้ำลำคลองที่แห้งขอดย่อมถูกเติมเต็มด้วยน้ำฝนที่ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าตลอดช่วงฤดูฝน ในช่วงเวลานี้เองที่นักท่องเที่ยวต่างรอคอยให่้มาถึงเร็วๆ เพราะความสนุกสนานแบบมันส์ๆกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว นั่นคือ กิจกรรมล่องแก่งน้ำเข็ก อีกหนึ่งกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัย ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก หน้าฝนนี้อยากเที่ยวแบบมันส์ๆต้องไม่พลาดค่ะ
อันดับที่ 6 เหมืองปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี อีกหนึ่งที่เที่ยวหน้าฝนที่ไม่ควรพลาดมาเยือนสักครั้ง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาสัมผัสอากาศเย็นๆ รวมไปถึงธรรมชาติอันเขียวชะอุ่ม และกลิ่นอายของวันวานเมื่อครั้งที่อุตสาหกรรมเหมืองแร่ยังเฟื่องฟู หน้าฝนนี้คุณต้องไม่พลาดมาเยือนสักครั้งนะคะ
อันดับที่ 7 อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง หรือ ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย อีกหนึ่งที่เที่ยวหน้าฝนที่น่ามาเยือนมากแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาสัมผัสความเขียวขจีของทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ และยังจะได้สนุกสนานไปกับกิจกรรมท่องเที่ยวยอดนิยม นั่นคือ การขี่จักรยานศึกษาธรรมชาติ ชมพรรณไม้ แะลทิวทัศน์ยามหน้าฝนที่มากไปด้วยมนต์ขลัง โดยจุดท่องเที่ยวที่อยากแนะนำให้ไปเยือนได้แก่ ทุ่งนางพญา ทุ่งโนนสน และทุ่งแสลงหลวง
อันดับที่ 8 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อีกหนึ่งที่เที่ยวใกล้กรุง ที่แม้ในยามหน้าฝนก็ยังน่าเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะในช่วงเวลานี้คุณจะได้พบกับธรรมชาติเขียวๆของป่าเขา ทุ่งหญ้า รวมไปถึงเหล่าดอกไม้ป่า แต่ที่เป็นไฮไลท์ของเขาใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นเหล่าน้ำตกสวยๆที่จะทรงพลังมากในช่วงฤดูฝน ได้แก่ น้ำตกเหวนรก, น้ำตกเหวสุวัต, น้ำตกผากล้วยไม้ และน้ำตกกองแก้ว
อันดับที่ 9 ไปดูผีเสื้อป่าที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา ซึ่งในทุกๆช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน – เดือนกรกฎาคมของทุกๆปี ที่อุทยานแห่งชาติปางสีดาจะมีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป้นอย่างมาก นั่นคือกิจกรรมดูผีเสื้อป่าที่จะมีให้ชมมากในช่วงฤดูกาลนี้ โดยการชมผีเสื้อป่านั้นจะมีการแบ่งออกเป็น 5 จุด คือ บริเวณ ลานกางเต็นท์ และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บริเวณน้ำตกปางสีดา บริเวณน้ำตกลานหินดาด ห้วยน้ำเย็น และจุดสุดท้ายคือแหล่งน้ำซับ
อันดับที่ 10 ไปสัมผัสนาข้าวขั้นบันไดเขียวๆที่โครงการปิดทองหลังพระ อีกหนึ่งจุดหมายหลายทางท่องเที่ยวหน้าฝนที่ตั้งอยู่ในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นโครงการตามแนวพระราชดำริจัง ซึ่งจังหวัดน่าน การมาเที่ยวชมนาข้าวขั้นบันไดหากต้องการความเขียวขจี และความชุ่มชื้น สามารถมา ได้ในช่วงหน้าฝน ตั้งแต่เดือน ก.ย. ส่วนในช่วงปลายต.ค. – พ.ย. ซึ่งเป็นหน้าหนาวก็จะได้สัมผัส อากาศหนาวและนาข้าวสีเหลืองทองเริ่มออกรวง