สังขละบุรี

Published มิถุนายน 8, 2012 by offroadtourpakan

   สังขละบุรี เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม
เมืองแห่งสายน้ำ ขุนเขา และผืนป่าอันอุดม.. เมืองที่มีความงามหลากหลายทาง เชื้อชาติและวัฒนธรรม ของพี่น้องต่างเผ่าพันธุ์ ทั้งมอญ กระเหรี่ยง ไทย ลาว พม่า ฯลฯ
สังขละบุรี เป็นเมืองสำคัญหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์…สงคราม…ด่านเจดีย์ ทางรถไฟสายมรณะ

  

สามประสบ เกิดจากแม่น้ำสามสายมารวมกันเป็ฯแม่น้ำแควน้อย ได้แก่  แม่น้ำรันตี  แม่น้ำบีคลี่  แม่น้ำซองกาลี  ซึ่งเป็นทัศนียภาพที่สวยงามมาก

สะพานมอญ ที่เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

สะพานมอญ… สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

เดิมทีชาวบ้านเรียกกันว่า สะพานบาทเดียว สร้างด้วยแพไม้ไผ่ต่อติดกัน และบริเวณตรงกลาง เป็นแพเลื่อนเปิด-เปิด เวลามีคนเดินข้ามก็จะมีคนชักสะพานให้มาเชื่อมกัน และเก็บเงินคนละ 1 บาท ต่อมาหลวงพ่ออุตตมะเห็นว่า ชาวบ้านเดือดร้อนที่ต้องเสียเงินข้ามสะพานทุกวัน จึงมีความ คิดสร้างสะพานเชื่อมโดยใช้ไม้เนื้อดี ทั้งหมดแล้วเสร็จเมื่อประมาณปีพ.ศ.2530 ใช้ระยะเวลา ก่อสร้างประมาณ 8 เดือน โดยแรงงานชาวมอญและแรงศรัทธาจากชาวบ้าน โดยไม่ได้ใช้ เครื่องจักรเลย

ปัจจุบันมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สะพานอุตตมานุสรณ์ มีความยาวถึง 438 เมตร นับได้ว่าเป็น สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลีย สำหรับให้ประชาชนฝั่งตัว อ.สังขละบุรีและฝั่งหมู่บ้านชาวมอญเดินข้ามสัญจรไปมา โดยปัจจุบันได้รับการปรับปรุงซ่อม แซมเป็นรุ่นที่ 4 แล้ว

วัดวังก์วิเวการาม วัดที่จมน้ำมาหลายสิบปี

โบส์วัดวังก์วิเวการาม (เดิม)

        เมืองบาดาล ในอดีตเป็นวัดวังก์วิเวการามเดิม ที่หลวงพ่ออุตตมะสร้่างไว้ จนกระทั่งมีการสร้างเขื่อน ปี 2527 มีการสร้างเชื่อนเขาแหลม (เขื่อนวชิราลงกรณ) จึงขยับขึ้นไปสร้างในที่สูงอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน วัดเดิมนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2496 ในบริเวณที่เรียกว่าสามประสบ ชัยภูมิที่เราจะได้เห็นแม่น้ำสามสายมาบรรจบกัน คือแม่น้ำรันตี บีคลี่ และซองกาเลีย ช่วงเดือน เมษายน- มิถุนายน น้ำลดจนเราสามารถเดินเขาชมตัววัด ได้แบบสมัยเมื่อก่อนมีเขื่อนได้สบายๆ เป็นภาพวิวที่สวยงามมากๆ ในชัยภูมิที่ไม่ธรรมดา

 เจดีย์พุทธคยา สังขละบุรี หลวงพ่ออุตมะจำลองมาจากประเทศอินเดีย ริเริ่มสร้างเมือปี พ.ศ. 2521  งบประมาณจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคกันมาครับ โดยใช้คนงามชาวมอญชายหญิงในหมูบ้านกว่า 400 คน

ปี 2525 ได้เริ่มก่อสร้างจริงเจดีย์เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาว 42 เมตร สูง 59 เมตร มีเสาเหล็ก 4 ทิศจำนวน 16 ต้น ในปี 2532 พระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราช กุมาร เสด็จพระราชดำเนิน มาประกอบพิธีอัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นกระดูกหัวแม่มือขวา สององค์ขนาดเท่าเม็ดข้าวสารมีสีขาวอมเหลืองเป็นเงาบรรจุในผอบ 3 ชั้น ซึ่งหลวงพ่ออันเชิญมาจากประเทศศรีลังกาและฉัตรทองคำหนัก 40 บาท ขึ้นสู่ยอดพระเจดีย์

วัดวังก์วิเวการาม

วัดวังก์วิเวการาม  อยู่เลยจากตัวอำเภอสังขละบุรีไปประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นวัดจำพรรษาของ “หลวงพ่ออุตตมะ” ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวไทย ชาวมอญ รวมทั้งชาวกะเหรี่ยงและพม่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ภายในวิหารที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำประดิษฐาน พระพุทธรูปหินอ่อนอันงดงามชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อขาว จากวัดวังก์วิเวการามแยกไปอีก 1 กิโลเมตร จะเป็นที่ตั้งของเจดีย์แบบพุทธคยา มีลักษณะฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนที่เป็นกระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร   บริเวณใกล้เจดีย์มีร้านจำหน่ายสินค้าจากพม่าหลายร้านจำพวกผ้า แป้งพม่า เครื่องไม้ ราคาย่อมเยา

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มีการจัดงานคล้ายวันเกิดหลวงพ่ออุตตมะ ในงานมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วยพิธีกรรมทางศาสนา  การแข่งขันชกมวยคาดเชือก  การแสดงของชมรมวัฒนธรรมท้องถิ่นเช่น การรำแบบมอญ การรำตงของชาวกะเหรี่ยง และในงานประชาชนจะพร้อมใจกัน แต่งกายตามแบบวัฒนธรรม ของชาวไทยรามัญและ จัดเตรียมสำรับอาหารทูนบนศีรษะ ไปถวายพระสงฆ์ที่วัด

อุทยานแห่งชาติเขาแหลม เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาตะนาวศรี ที่มีเทือกเขาสลับซับซ้อน ทอดตัวตามแนวเหนือใต้ มีความสูงประมาณ 100-1,700 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนใหญ่จะเป็นหินปูน หินทราย และหินดินดาน ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ เขาใหญ่ มีความสูงประมาณ 1,767 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากสภาพที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน ก่อให้เกิดลำน้ำที่สำคัญหลายสายที่ไหลลงสู่ แม่น้ำแควน้อยและอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลม ได้แก่ แม่น้ำรันตี ห้วยป้อมปี่ใน แม่น้ำบิคี่ใหญ่ ห้วยองค์พระ ห้วยเกรียงไกร ห้วยปิล๊อก ห้วยประจำไม้ ห้วยลึก ห้วยน้ำซับ ห้วยแก่งคะยือ ห้วยป่าตอง ห้วยซองกะเลีย ห้วยติพิ ห้วยทิม่องทะ ห้วยวังขยาย ห้วยช่องแคบ ห้วยท่ามะเดื่อ ห้วยน้ำมุด ห้วยเกริงกะเวีย เป็นต้น ส่วนที่เป็นพื้นน้ำของอ่างเก็บน้ำ เหนือเขื่อนเขาแหลมซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยได้สร้างขึ้นในปี 2522 และได้กักเก็บน้ำเป็นครั้งแรกในปี 2527 โดยกกเก็บน้ำในระดับปกติ 155 เมตร และสูงสุด 160.5 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง คิดเป็นพื้นที่ผิวน้ำ ประมาณ 388 ตารางกิโลเมตร หรือร้อยละ 25.92 ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

ป้อมปี่ เป็นสถานที่กางเต้นท์ บ้านพัก ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ซึ่งเลยจากที่ทำการไปนิดเดียว มีบ้านพักของอุทยานฯ ที่ได้วิวสวยมาก  บริเวณ ป้อมปี่นี้ ทางอุทยานฯให้ชื่อว่า เป็นจุดดูดวงอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในแดนตะวันตกนี้เลย  จะว่าไปแล้วก็นับเป็นจุดสุดท้ายของไทยด้วยล่ะมั่ง ที่จะมีโอกาสเห็นดวงอาทิตย์ตกสุดท้ายของทุกวัน

จุดชมวิวริมเขื่อนศรีนครินทร์

น้ำตกเกริงกระเวีย ขึ้นอยู่กับเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ 32-33 เลยน้ำตกไดช่องถ่องไปเล็กน้อย ห่างจากอำเภอกาญจนบุรีประมาณ 191 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก จะมองเห็นสายน้ำแผ่กระจายไหลมาจากหลายทิศทาง เหมาะสำหรับเป็นจุดพักผ่อนระหว่างการเดินทางไปอำเภอสังขละบุรี

       

น้ำตกไดช่องถ่อง คือ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี โดยน้ำตกอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม หมู่ที่ 4 ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี อยู่ห่างจากน้ำตกเกริงกระเวีย ประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วมีทางเดินต่อไปถึงน้ำตกอีก 500 เมตร

น้ำตกไดช่องถ่อง เป็นน้ำตกขนาดเล็กสายเดียวกันกับน้ำตกเกริงกระเวีย สูงประมาณ 15 เมตร กระแสน้ำไหลลดหลั่นตามชั้นหินปูนเป็นชั้นๆ ผ่านแนวต้นไม้อันร่มรื่นที่ขึ้นปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ มีความสวยงามตามธรรมชาติ

      ด่านเจดีย์สามองค์  เขตสิ้นสุดชายแดนไทยด้านทิศตะวันตก ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลู ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 โดยก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี 4 กิโลเมตร จะมีทางแยกด้านขวาไปด่านเจดีย์สามองค์ เป็นระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร  เส้นทางลาดยางตลอดสาย   พระเจดีย์สามองค์นี้เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยโดยทั่วไป ก่อนเดินทางออกจากเขตแดนไทยเข้าสู่เขตแดนพม่า
ต่อมาในปีพ.ศ.2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีได้เป็นผู้นำชาวบ้าน ก่อสร้างเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากนี้ด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่องทางเดินทัพ ที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต  บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ มีร้านขายสินค้าจากประเทศพม่า นักท่องเที่ยวสามารถข้ามชายแดนเข้าไปชมตลาดพญาตองซู ในเขตประเทศพม่า ชมตลาดชายแดนซึ่งมีสินค้าของพม่าจำหน่าย โดยเสียค่าผ่านด่าน ชาวไทย ๒๕ บาท  ชาวต่างชาติ 10 เหรียญสหรัฐ (สามารถนำรถเข้าไปได้ราคาคันละ 50 บาท) ระหว่างเวลา 8.00-18.00 น.

ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล

         ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล ตั้งอยู่ในเขตอำเภอสังขละบุรี ห่างจากด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนระหว่างไทยกับพม่า ประมาณ 1 กิโลเมตร อาณาเขตของถ้ำแก้วสวรรค์บันดาลกินบริเวณกว้าง เนื่องจากเป็นถ้ำที่อยู่ในภูเขทั้งลูก ภายในยังแบ่งเรียกเป็นถ้ำต่างๆ อีก 4 ถ้ำ คือ ถ้ำวังบาดาล ถ้ำมรกต ถ้ำแก้ว และถ้ำสวรรค์บันดาล แต่ละถ้ำมีความสลับซับซ้อน สามารถเดินเชื่อมทะลุถึงกันได้หมดทุกถ้ำ          ภายในมีหินย้อยรูปทรงต่างๆ งดงามมาก เมื่อกระทบกับแสงไฟจะสะท้อนแสงแวววาวคล้ายถูกโรยไว้ด้วยกากเพชร การเข้าไปเที่ยวชมนักท่องเที่ยวควรแต่งกายด้วยชุดที่รัดกุม เลือกสวมรองเท้าที่เหมาะสมและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะบางถ้ำมีโขดหินที่สูงชัน  บางถ้ำต้องใช้ วิธีการคลานและมุดไปตามซอกของช่องหิน และบางถ้ำที่มีระดับน้ำสูงประมาณหัวเข่า หากต้องการจะเที่ยวชมให้ครบหมดทุกถ้ำ จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงขึ้นไป
การเดินทาง ใช้เส้นทางอำเภอสังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ โดยเลี้ยวขวาบริเวณศาลาพักร้อนริมทาง ที่อยู่ก่อนด่านเจดีย์สามองค์ประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นขับรถไปตามถนนดินอีกประมาณ 700 เมตร เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางอีก 200 เมตร จะถึงบริเวณสำนักสงฆ์ที่เป็นที่ตั้งของถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามรายละเอียด ของการเข้าไปเที่ยวภายในถ้ำได้จากพระ สงฆ์ ที่จำวัดอยู่ในบริเวณสำนักสงฆ์แห่งนั้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: